เพื่อให้แยกความแตกต่างระหว่าง bet /ɛ/ และ but /ʌ/ ได้ชัดเจน ให้คุณโฟกัสที่ตำแหน่งหน้าหลังของลิ้น สำหรับเสียง /ɛ/ ส่วนหน้าของลิ้นจะยกขึ้นระดับกลางและมุมปากจะรั้งไปด้านหลังเล็กน้อย ส่วนเสียง /ʌ/ ลิ้นจะอยู่ต่ำและลอยอยู่กลางช่องปาก ริมฝีปากผ่อนคลาย คุณจะรู้สึกว่าช่องปากโล่งขึ้นแม้ขากรรไกรแทบไม่ได้ขยับ ผู้เรียนหลายคนออกเสียงสองตัวนี้ไม่ตรงเป้าหมาย มักจะเกร็งปากตอนออกเสียง /ɛ/ มากเกินไปและลงเสียง /ʌ/ ต่ำเกินไป วิธีแก้คือเลื่อนตัวลิ้นมาด้านหน้าสำหรับเสียง /ɛ/ แล้วปล่อยลิ้นเลื่อนกลับไปอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางที่ผ่อนคลายสำหรับเสียง /ʌ/ ลองฝึกคู่เสียง dead /dɛd/ เทียบกับ dud /dʌd/ ซึ่งใช้พยัญชนะเหมือนกันแต่ต่างกันที่สระ คุณแค่ต้องขยับปากเปลี่ยนตำแหน่งลิ้นเพียงจุดเดียว
สองเสียงนี้ต่างกันตรงไหน
ปรับปากเล็ก ๆ 5 จุด พลาดแม้จุดเดียว เสียงก็เลื่อนไปเป็นเสียงข้าง ๆ
ถึงตาคุณแล้ว
อัดเสียงตัวเองพูด "Bet" และ "But" สองสามครั้ง แล้วฟังย้อน — สำหรับความต่างนี้ หูของคุณเองคือ feedback ที่ดีที่สุด
คำที่ต่างกันแค่เสียงเดียว
ทุกคู่ด้านล่างต่างกันแค่เสียงเดียว เปลี่ยน /ɛ/ เป็น /ʌ/ แล้วความหมายก็เปลี่ยนตาม แตะคำไหนก็ได้เพื่อดูการแยกแยะทั้งหมด
ถ้าฟังแล้วแยกไม่ออก นี่คือเหตุผล
เนื่องจากหลายภาษาไม่มีสระเหล่านี้ตรงๆ ผู้เรียนจึงมักนำเสียงที่ตัวเองคุ้นเคยมาใช้แทน แทนที่จะรวบสองเสียงนี้เข้าด้วยกัน ผู้เรียนมักจะเกร็งปากออกเสียง /ɛ/ มากเกินไป (จนฟังคล้ายสระเอ) และออกเสียง /ʌ/ ต่ำเกินไป (จนฟังคล้ายสระอาแบบกว้าง) เคล็ดลับคือเสียง /ɛ/ ในภาษาอังกฤษจะมีลักษณะพุ่งมาด้านหน้าอย่างชัดเจน (ส่วนหน้าของลิ้นทำหน้าที่นี้) ในขณะที่เสียง /ʌ/ จะก้องอยู่ตรงกลาง (ตัวลิ้นแค่วางพักไว้เฉยๆ)
กล้ามเนื้อปากก่อน แล้วค่อยหู
แบบฝึกสั้น ๆ 4 ชุด ทำออกเสียงดัง ๆ รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในปากก่อนที่จะพยายามได้ยินมัน
ส่องกระจกเช็กด้วยคู่เสียงขั้นต่ำ ("minimal pair") โดยลองออกเสียง bed, bud, bed, bud สลับกันแล้วสังเกตริมฝีปากของคุณ สำหรับคำว่า bed มุมปากควรจะรั้งไปด้านหลังเหมือนกำลังฉีกยิ้มบางๆ ส่วนคำว่า bud ริมฝีปากต้องผ่อนคลายสนิท หากริมฝีปากของคุณไม่มีการขยับเปลี่ยนรูปทรง แสดงว่าคุณน่าจะรวบสองตัวนี้เป็นเสียงเดียวกันแล้ว
จุดสังเกตตำแหน่งลิ้น 'ด้านหน้ากับตรงกลาง' ลองลากเสียง eh ยาวๆ แล้วจับความรู้สึกว่าเสียงดังก้องมาจากบริเวณไหน (ควรเป็นหลังฟันบนและค่อนมาด้านหน้า) จากนั้นค่อยๆ เลื่อนลิ้นไปออกเสียง uh ยาวๆ แล้วสัมผัสถึงความก้องที่ร่นถอยกลับไปอยู่กลางช่องปาก ฝึกเลื่อนลิ้นไปมาทั้งสองทิศทางจนกว่าคุณจะคุ้นเคยกับการขยับตำแหน่งนี้
อัดเสียงตัวเองพูดเป็นประโยค เช่น I said "dead", not "dud" แล้วเปิดฟัง ทั้งสองคำจะต้องฟังดูแตกต่างกันอย่างชัดเจน หากเสียงยังคล้ายกันอยู่ ให้ลองยกส่วนหน้าของลิ้นขึ้นเยอะๆ ตอนออกเสียง /ɛ/ และทิ้งลิ้นลงตรงกลางให้ชัดๆ ตอนออกเสียง /ʌ/
ลองลากเสียง /ʌ/ ให้ยาวขึ้นในคำที่ใช้บ่อยๆ อย่าง love, cup, nut คนอเมริกันใช้สระตัวนี้ตลอดเวลาในการพูดคุยทั่วไป การจับจุดเสียงที่กลวงก้องและอยู่ตรงกลางนี้ได้ จะช่วยให้การออกเสียงของคุณฟังดูเป็นธรรมชาติและไม่เกร็งจนเกินไป