วิธีออกเสียง /t/ ในคำว่า TEN /t/ ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน

เป็นพยัญชนะที่พบบ่อยมากในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ได้ยินในคำอย่าง time, top, test, take

IPA /t/ คำอ่าน t ประเภท พยัญชนะ
เริ่มตรงนี้

เสียง /t/ ในภาษาอังกฤษอเมริกันมีการกลายเสียงมากกว่าพยัญชนะตัวอื่นๆ เกือบทั้งหมด การออกเสียงจะเปลี่ยนไปตามบริบทของเสียงแวดล้อม หากอยู่ระหว่างสระสองตัวที่ตัวหลังไม่มีการเน้นเสียง (เช่น water, butter) เสียง T จะกลายเป็น flap-T ซึ่งฟังคล้ายเสียง D อย่างรวดเร็ว หากอยู่หน้าตัว N ท้ายคำ (เช่น button, certain) ลมจะถูกกักไว้ที่คอจนกลายเป็นเสียงกักเส้นเสียง ("glottal stop") หรือหากตามหลังตัว N (เช่น interview, internet) เสียง T ก็มักจะถูกตัดทิ้งไปเลย ส่วนเสียง T แบบชัดเจนตามตำรานั้นมักจะเหลือรอดอยู่แค่เมื่ออยู่ต้นพยางค์ที่มีการเน้นเสียง เช่น top, take หรือ test เท่านั้น

วิธีออกเสียง

ปรับสามจุดเล็ก ๆ

ทำสามจุดนี้ให้ถูก แล้วเสียงจะออกมาเอง

แตะปลายลิ้นหรือส่วนหน้าของลิ้นที่เพดานปากบริเวณหลังฟันหน้าบน ปล่อยกรามตามสบาย กักลมไว้แล้วปล่อยออกมาเป็นเสียงพ่นลม

รูปปากสำหรับ /t/ ในคำว่า time

รูปปาก

/t/ เช่นในคำว่า time

ลิ้น

ปลายลิ้นหรือส่วนหน้าของลิ้นยกขึ้นแตะเพดานปาก ค่อนมาทางด้านหน้า โดยแตะบริเวณหลังฟันหน้าบนพอดี

ริมฝีปาก

เผยอริมฝีปากเล็กน้อยขณะปล่อยลมออกมา

เคล็ดลับสั้น ๆ

สองเรื่องที่ต้องจำ

เมื่ออยู่ต้นพยางค์ที่มีการเน้นเสียง ("stress") เสียง T แท้จะเป็นเสียงพ่นลม (aspiration) คล้ายเสียง ท ทหาร แต่หากตามหลังเสียง /s/ (เช่นในคำว่า stop หรือ start) การพ่นลมจะหายไปและฟังดูคล้าย ต เต่า แทน

ใช้รูปปากและตำแหน่งลิ้นเดียวกับเสียง D (/d/) แต่เป็นเสียงไม่ก้อง (ไม่มีการสั่นของเส้นเสียง)

ฟังในคำ

16 คำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

เปิดคำไหนก็ได้เพื่อดูการแยกแยะทั้งหมด ทั้งทุกการลดเสียงและทุก flap-T

เสียงนี้เปลี่ยนอย่างไร

กฎการพูดเชื่อมเสียงที่เกี่ยวข้องกับ /t/

แต่ละกฎมีหน้าของตัวเอง พร้อมตัวอย่างและเคล็ดลับการฝึก

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนมักถามเกี่ยวกับ /t/

ทำไมเสียง T ในคำว่า "top" กับ "water" ถึงฟังดูแตกต่างกันมาก?
คำว่า top ขึ้นต้นด้วยพยางค์ที่มีการเน้นเสียง เสียง T จึงถูกปล่อยออกมาอย่างเต็มที่เป็นเสียงพ่นลมที่ชัดเจน ในขณะที่ water มีเสียง /t/ อยู่ระหว่างสระสองตัวที่ตัวหลังไม่มีการเน้นเสียง ซึ่งเข้าข่ายกฎ flap-T โดยลิ้นจะแตะที่สันปุ่มเหงือกเพียงเสี้ยววินาทีจนเกิดเป็นเสียงที่ฟังคล้ายเสียง D สั้นๆ แม้จะเป็นตัวอักษรเดียวกันแต่ตำแหน่งในคำต่างหากที่เป็นตัวกำหนดการออกเสียง
ตัว T ในคำว่า "internet" ไม่ออกเสียงใช่ไหม?
ไม่ได้ไม่ออกเสียงเสียทีเดียวแต่ก็ใกล้เคียง เมื่อตัว T ตามหลังตัว N ในพยางค์ที่ไม่มีการเน้นเสียง เช่นในคำว่า internet, interview, international, winter, twenty คนอเมริกันมักจะตัดเสียงนี้ทิ้งเสมอ คำว่า internet จึงออกเสียงคล้าย IN-er-net และ interview ออกเสียงคล้าย IN-er-view เนื่องจากตัว N และ T ใช้ตำแหน่งการแตะที่สันปุ่มเหงือกเหมือนกัน เมื่อลิ้นแตะเพื่อออกเสียง N ไปแล้ว การข้ามไปออกเสียงสระตัวถัดไปเลยย่อมเร็วกว่าการปล่อยลิ้นแล้วแตะใหม่เพื่อออกเสียง T ให้ชัด การออกเสียง T ชัดๆ ในคำอย่าง internet จึงฟังดูขัดหูและผิดธรรมชาติมากสำหรับคนอเมริกัน
เสียง T แบบเสียงกักเส้นเสียง ("glottal stop") คืออะไร และมักจะเจอเมื่อไหร่?
เสียงกักเส้นเสียงคือการกักลมจังหวะสั้นๆ ในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงเดียวกับที่คุณทำตอนออกเสียง uh-oh คนอเมริกันจะเปลี่ยนเสียง /t/ เป็นเสียงกักเส้นเสียงนี้ทุกครั้งที่ตัว T อยู่หน้าตัว N ที่ทำหน้าที่เป็นพยางค์ ("syllabic N") อย่างเช่น button จะออกเสียงคล้าย BUH'-n, certain คล้าย SUR'-n และ kitten คล้าย KIH'-n ลำคอจะปิดชั่วขณะแทนที่จะใช้ลิ้นแตะปล่อยเสียง T ออกมาแบบปกติ คำอย่าง important ก็ใช้กฎเดียวกันกับตัว T ตรงกลางคำ (im-POR'-nt) นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเสียง T ตัวนั้นถึงฟังดูเหมือนถูกกลืนหายไปครึ่งหนึ่งแม้จะไม่ถูกตัดทิ้งทั้งหมดก็ตาม

ฝึก /t/ กับ AI coach

SayWaader คือ AI coach ฝึกออกเสียงสำหรับภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ฝึกวันละ 5 นาที รับคะแนนสำเนียง 5 ด้าน แล้วพูดได้เหมือนเคยไปใช้ชีวิตที่นั่นมา